FIFO และ FEFO ต่างกันอย่างไร
FIFO และ FEFO เป็นวิธีจัดลำดับการนำสินค้าออกจากคลัง โดย FIFO เลือกสินค้าที่เข้าคลังก่อน ส่วน FEFO เลือกสินค้าที่มีวันหมดอายุใกล้กว่า สินค้าที่เข้าทีหลังจึงอาจถูกหยิบก่อน หากหมดอายุเร็วกว่า บทความนี้อธิบายความแตกต่างผ่านตัวอย่าง พร้อมแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับสินค้าในคลัง

สินค้าเดียวกัน ทำไมหยิบคนละล็อต
สมมติว่าวันนี้คือ 10 มิ.ย. คลังมีสินค้าชนิดเดียวกันสองล็อต คือ A และ B ทั้งสองล็อตยังไม่หมดอายุและพร้อมจ่าย โดยวันที่ทั้งหมดอยู่ในปีเดียวกัน หากใช้ FIFO หรือ FEFO จะหยิบล็อตใดก่อน?
เข้าคลังก่อน 1 มิ.ย.
หมดอายุ 30 ก.ย.
เข้าคลัง 3 มิ.ย.
หมดอายุก่อน 31 ส.ค.

เพราะเข้าคลังก่อน
เพราะหมดอายุก่อน
เข้าคลังก่อน ไม่ได้แปลว่าหมดอายุก่อน FIFO ดูวันรับเข้า ส่วน FEFO ดูวันหมดอายุ จึงเลือกคนละล็อตในตัวอย่างนี้ ทั้งสองวิธีอาจเลือกล็อตเดียวกันได้ หากล็อตที่เข้าก่อนหมดอายุก่อนด้วย
FIFO คืออะไร
FIFO (First In, First Out) คือ “เข้าก่อน ออกก่อน” เป็นการนำสินค้าที่รับเข้าคลังก่อนออกไปใช้หรือส่งให้ลูกค้าก่อน โดยเลือกเฉพาะสินค้าที่พร้อมจ่าย และผ่านเงื่อนไขของลูกค้า
- เข้าคลัง 1 มิ.ย.ล็อต Aหยิบก่อนเข้าคลังก่อน
- เข้าคลัง 3 มิ.ย.ล็อต Bหยิบถัดไปเมื่อล็อต A มีไม่พอ
กำหนดเกณฑ์วันรับเข้าให้ชัดเจนและใช้สม่ำเสมอ พร้อมเก็บประวัติล็อตเมื่อย้ายตำแหน่งหรือโอนคลัง สำหรับสินค้ารับคืน ต้องตรวจสอบสภาพและสถานะก่อนนำกลับมาจ่าย ทั้งนี้ FIFO ในคลังใช้กำหนดลำดับหยิบสินค้าจริง ส่วน FIFO ทางบัญชีใช้คำนวณต้นทุน การใช้ FIFO ในคลังจึงไม่ได้หมายความว่าต้องใช้วิธีเดียวกันทางบัญชี
FEFO คืออะไร
FEFO (First Expired, First Out) หรือ “หมดอายุก่อน ออกก่อน” คือการเลือกจ่ายสินค้าล็อตที่หมดอายุก่อนจากกลุ่มที่พร้อมจ่าย เช่น ล็อต B หมดอายุวันที่ 31 สิงหาคม ก่อนล็อต A วันที่ 30 กันยายน จึงหยิบล็อต B ก่อน แม้จะรับเข้าคลังทีหลัง
- หมดอายุ30 ก.ย.ล็อต Aหยิบถัดไปเมื่อล็อต B มีไม่พอ
- หมดอายุ31 ส.ค.ล็อต Bหยิบก่อนหมดอายุก่อน
ก่อนจัดลำดับ FEFO ต้องคัดสินค้าที่หมดอายุ ถูกกักกัน ชำรุด หรือไม่ผ่านเงื่อนไขการจ่าย เช่น อายุคงเหลือขั้นต่ำที่ลูกค้ากำหนด ออกจากกลุ่มพร้อมจ่ายก่อน แล้วจึงเลือกหยิบล็อตที่หมดอายุก่อน
เปรียบเทียบ FIFO กับ FEFO
สินค้าเดียวกันอาจถูกหยิบคนละล็อต เพราะ FIFO และ FEFO ใช้เกณฑ์จัดลำดับต่างกัน
| วิธี | เกณฑ์หยิบ | ตรวจเพิ่ม |
|---|---|---|
| FIFO | วันรับเข้าเข้าก่อน จ่ายก่อน | วันหมดอายุล็อตที่เข้าทีหลังอาจหมดอายุก่อน |
| FEFO | วันหมดอายุหมดอายุก่อน จ่ายก่อน | อายุคงเหลือเหลืออายุเมื่อส่งมอบตามเกณฑ์ลูกค้า |
เลือกเฉพาะล็อตที่พร้อมจ่ายและผ่านเงื่อนไขลูกค้า โดยคัดสินค้าหมดอายุ ถูกกักกัน หรือชำรุดออกก่อน บันทึกเลขล็อต ยอดพร้อมจ่าย และวันที่ใช้จัดลำดับให้ครบ สำหรับ FEFO หากวันหมดอายุเท่ากัน ให้ใช้เกณฑ์ถัดไปที่กำหนด เช่น วันรับเข้าหรือเลขล็อต และตรวจสอบกติกาของระบบที่ใช้งาน
ลองหยิบสินค้าด้วย FIFO และ FEFO
ตัวอย่างสินค้าชนิดเดียวกัน 3 ล็อต รวม 240 กล่อง เริ่มจากคำสั่งซื้อ 120 กล่อง ลองสลับ FIFO กับ FEFO ปรับจำนวน หรือเลือกเงื่อนไขลูกค้า เพื่อดูล็อตที่ต้องหยิบและยอดคงเหลือ
ตัวอย่างวันที่ 10 มิ.ย. 2026 · ทุกล็อตพร้อมจ่าย
กรอกจำนวนเต็มตั้งแต่ 1 ถึง 300 กล่อง
รายละเอียดแต่ละล็อต
วันที่ทั้งหมดอยู่ในปี 2026 · แถบสีน้ำเงินคือสัดส่วนที่หยิบ
หยิบก่อน
หยิบต่อ
ยังไม่ต้องหยิบ
เปลี่ยนค่าแล้วคำนวณจาก 240 กล่องใหม่เสมอ ไม่หักยอดสะสม
ล็อตใกล้หมดอายุอาจจ่ายไม่ได้
แม้สินค้าจะยังไม่หมดอายุ ก็อาจจ่ายให้ลูกค้าไม่ได้หากอายุคงเหลือไม่ถึงเกณฑ์ที่ตกลงไว้ เช่น ล็อต B หมดอายุวันที่ 31 ส.ค. 2026 เมื่อส่งมอบวันที่ 20 ส.ค. 2026 จึงเหลืออายุ 11 วัน และไม่ผ่านเงื่อนไขขั้นต่ำ 30 วัน ควรระบุวันอ้างอิงและวิธีนับอายุคงเหลือให้ชัดเจนในคำสั่งซื้อ โดยคำนึงถึงระยะเวลาขนส่งและเวลาสำรอง แล้วคัดเฉพาะล็อตที่ผ่านเงื่อนไขก่อนเรียงลำดับตาม FIFO หรือ FEFO หากสินค้าที่ผ่านเกณฑ์มีไม่พอ ต้องแจ้งจำนวนที่ขาดและตกลงทางเลือกกับลูกค้า ไม่จ่ายล็อตที่ไม่ผ่านเงื่อนไขทดแทนโดยอัตโนมัติ
เลือกใช้ให้เหมาะกับสินค้า
เริ่มจากสิ่งที่ต้องควบคุม: อายุสต็อก วันหมดอายุ หรือข้อกำหนดเฉพาะของสินค้า
- เน้นหมุนเวียนตามวันรับเข้าต้องการจ่ายของที่รับเข้าก่อน และสินค้าต่างล็อตใช้แทนกันได้ตามข้อกำหนด
- FIFOจ่ายล็อตที่รับเข้าก่อน เพื่อหมุนเวียนสต็อกตามลำดับรับเข้า
- ต้องควบคุมวันหมดอายุแต่ละล็อตมีวันหมดอายุที่ต้องติดตาม โดยล็อตที่เข้าทีหลังอาจหมดอายุก่อน
- FEFOจ่ายล็อตที่หมดอายุก่อนในกลุ่มที่พร้อมจ่าย และผ่านเกณฑ์อายุคงเหลือของลูกค้า
- มีข้อกำหนดเฉพาะคำสั่งซื้อระบุล็อต เกรด หรือคุณสมบัติที่สินค้าต้องผ่าน
- ตรวจเงื่อนไขก่อนทั้งสองวิธีคัดล็อตที่ตรงคำสั่งซื้อและผ่านสถานะคุณภาพ แล้วจึงเรียงตาม FIFO หรือ FEFO
คลังเดียวใช้ต่างวิธีกันได้ กำหนด FIFO หรือ FEFO เป็นรายสินค้าหรือกลุ่มที่มีเงื่อนไขเดียวกัน พร้อมบันทึกเลขล็อต วันรับเข้า และวันหมดอายุเมื่อเกี่ยวข้อง เพื่อให้จัดลำดับได้ถูกต้อง
ข้อมูลที่ต้องพร้อมก่อนใช้งาน
ก่อนใช้งาน ควรตรวจข้อมูลตั้งแต่รับเข้าจนถึงยืนยันการหยิบ และให้ผู้เกี่ยวข้องใช้ความหมายของแต่ละข้อมูลตรงกัน
- ระบุตัวสินค้าและล็อต: บันทึกรหัสสินค้า (SKU) เลขล็อต จำนวน หน่วยนับ อัตราแปลงหน่วย และตำแหน่งจัดเก็บ หากรวมสินค้าบนพาเลต ต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าแต่ละพาเลตมีสินค้าและล็อตใดบ้าง
- แยกวันที่ให้ชัด: บันทึกวันรับเข้า วันผลิต และวันหมดอายุตามข้อกำหนดของสินค้า โดยกำหนดเกณฑ์วันรับเข้าสำหรับ FIFO และใช้วันหมดอายุสำหรับ FEFO ให้ชัดเจน ตรวจรูปแบบวันที่ก่อนบันทึก หากข้อมูลที่จำเป็นไม่ครบหรือขัดแย้งกัน ให้ตรวจสอบและยืนยันก่อนจัดลำดับ โดยไม่คาดเดาวันหมดอายุ
- แยกยอดพร้อมจ่าย: แยกสินค้ารอตรวจ ถูกกักกัน ชำรุด หรือหมดอายุออกจากยอดพร้อมจ่าย พร้อมตรวจยอดจองของแต่ละคำสั่งซื้อ ไม่ดึงสินค้าที่จองให้งานอื่นมาใช้ เว้นแต่ผ่านขั้นตอนอนุมัติและปรับการจองแล้ว
- กำหนดเงื่อนไขคำสั่งซื้อ: ระบุอายุคงเหลือขั้นต่ำและวันที่ใช้ประเมิน เช่น วันส่งมอบตามที่ตกลงกับลูกค้า รวมถึงล็อตหรือคุณสมบัติที่ยอมรับ อนุญาตให้จ่ายหลายล็อตได้หรือไม่ และแนวทางเมื่อสินค้าที่ผ่านเกณฑ์มีไม่พอ
- ตรวจสินค้าที่หยิบจริง: เทียบ SKU ล็อต ตำแหน่ง จำนวน และหน่วยนับกับใบหยิบหรือรายการในระบบ หากไม่ตรง ให้ตรวจสอบและแก้ไขก่อนยืนยันการหยิบ พร้อมบันทึกผลให้ตรงกับสินค้าที่หยิบจริง การสแกนช่วยตรวจสอบได้เมื่อบาร์โค้ดเชื่อมกับข้อมูลที่ถูกต้อง
- ควบคุมข้อยกเว้น: เมื่อเปลี่ยนล็อตที่เลือกจ่าย ให้ตรวจว่าล็อตใหม่ผ่านเงื่อนไขคำสั่งซื้อ พร้อมบันทึกล็อตเดิม ล็อตใหม่ จำนวน เหตุผล ผู้ดำเนินการ และวันเวลา รวมถึงผู้อนุมัติเมื่อขั้นตอนของคลังกำหนด ส่วนสินค้ารับคืนต้องตรวจสภาพและยืนยันสถานะก่อนกลับเข้ายอดพร้อมจ่าย โดยรักษาประวัติล็อตเดิมไว้
ตำแหน่งจัดเก็บต้องหยิบได้จริง
ตำแหน่งจัดเก็บควรเอื้อให้หยิบล็อตที่พร้อมจ่ายตามลำดับ FIFO หรือ FEFO ได้จริง หากมีสินค้าอื่นบังอยู่ด้านหน้า พนักงานอาจเลือกหยิบล็อตที่เข้าถึงง่ายกว่า จึงควรจัดตำแหน่งหยิบและจุดเติมสินค้าให้สอดคล้องกับลำดับจ่าย พร้อมติดป้ายระบุรหัสสินค้าและเลขล็อตให้ชัดเจน เมื่อย้ายพาเลต ให้บันทึกตำแหน่งใหม่ โดยรักษาข้อมูลล็อต วันรับเข้า และวันหมดอายุที่เกี่ยวข้องให้ครบ ชั้นวางสินค้า Selective Rack ช่วยให้เข้าถึงพาเลตแต่ละตำแหน่งจากทางเดินได้โดยตรง แต่ยังต้องใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง กติกาเลือกล็อต และการตรวจยืนยันสินค้าที่หยิบจริงร่วมกัน เพื่อให้จ่ายสินค้าได้ตามลำดับ FIFO หรือ FEFO ที่กำหนด
นำกติกาไปใช้กับระบบ WMS
เมื่อมีหลายล็อต หลายตำแหน่ง หรือคำสั่งซื้อจำนวนมาก การเลือกและตรวจสอบล็อตด้วยมือจะซับซ้อนขึ้น การประเมินระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System: WMS) จึงควรทดสอบว่าระบบเลือกล็อตตามวันรับเข้า วันหมดอายุ สถานะพร้อมจ่าย และเกณฑ์อายุคงเหลือขั้นต่ำของสินค้าที่ลูกค้ากำหนดได้ตามกติกาหรือไม่ โดยใช้ตัวอย่างในบทความเป็นจุดเริ่มต้น แล้วเพิ่มกรณีวันหมดอายุเท่ากัน ข้อมูลวันที่จำเป็นไม่ครบ สินค้าถูกกักกันหรือหมดอายุ และยอดพร้อมจ่ายไม่พอ พร้อมกำหนดผลที่คาดหวังของแต่ละกรณีก่อนทดสอบ ตรวจทั้งล็อตที่ระบบเสนอ ล็อตที่หยิบจริง และประวัติการเปลี่ยนล็อตหรืออนุมัติข้อยกเว้น เพื่อยืนยันว่าระบบทำงานตามเงื่อนไขจริง ไม่อาศัยเพียงคำว่า FIFO หรือ FEFO ในรายการฟีเจอร์ สำหรับภาพรวมตั้งแต่รับเข้า จัดเก็บ หยิบ จนถึงตรวจนับ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ระบบ WMS สำหรับการจัดการคลังสินค้า
คำถามที่พบบ่อย
วันหมดอายุเท่ากัน ควรเลือกล็อตไหนก่อน
เลือกจากล็อตที่พร้อมจ่ายและผ่านเงื่อนไขคำสั่งซื้อก่อน แล้วใช้กติกาลำดับรองที่กำหนด เช่น เลือกล็อตที่รับเข้าก่อนเมื่อวันหมดอายุเท่ากัน ต้องตรวจการตั้งค่าและทดสอบผลกับระบบจริง เพราะแต่ละระบบอาจใช้เกณฑ์ต่างกัน ไม่ควรถือว่าทุกระบบจะเรียงตามวันรับเข้าโดยอัตโนมัติ
ถ้าไม่มีวันหมดอายุ ใช้ FEFO ได้หรือไม่
หากสินค้าไม่มีวันหมดอายุเป็นเงื่อนไขควบคุม ควรใช้ FIFO หรือกติกาที่เหมาะกับสินค้า แต่หากสินค้าต้องมีวันหมดอายุและข้อมูลขาดหาย ให้แยกไว้ตรวจสอบและยืนยันจากฉลากหรือเอกสารที่เชื่อถือได้ก่อนจ่าย ไม่ควรเดาวันหมดอายุจากวันรับเข้าหรือเปลี่ยนไปใช้ FIFO เพื่อข้ามข้อมูลที่ขาดหาย
คลังขนาดเล็กจำเป็นต้องมี WMS หรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป ควรพิจารณาความซับซ้อนของงานมากกว่าขนาดคลัง คลังที่มีรายการไม่มากอาจใช้บัตรสต็อกหรือทะเบียนแยกล็อต พร้อมป้ายระบุสินค้าและตำแหน่ง โดยบันทึกรับเข้า จ่ายออก และตรวจยอดให้ตรงกับสินค้าจริง เมื่อจำนวนล็อต ตำแหน่ง คำสั่งซื้อ หรือเงื่อนไขลูกค้าทำให้ควบคุมได้ยาก จึงประเมิน WMS จากปัญหาและงานที่ต้องรองรับ
ใช้ FIFO และ FEFO ร่วมกันได้หรือไม่
ได้ โดยกำหนดให้แต่ละ SKU หรือกลุ่มสินค้าใช้ FIFO หรือ FEFO ตามลักษณะสินค้าและเงื่อนไขคำสั่งซื้อ สำหรับสินค้าที่ใช้ FEFO อาจกำหนดให้วันรับเข้าเป็นเกณฑ์รองเมื่อวันหมดอายุเท่ากัน โดยยังเลือกล็อตที่หมดอายุก่อนเป็นหลักในกลุ่มล็อตที่พร้อมจ่ายและผ่านเงื่อนไข ต้องบันทึกกติกาและตรวจว่าระบบให้ผลตรงกัน ไม่สลับวิธีตามความสะดวกในการหยิบ
สินค้ารับคืนควรนับเป็นล็อตใหม่หรือไม่
ไม่ควรสร้างล็อตใหม่หรือเริ่มนับอายุสินค้าใหม่เพียงเพราะรับคืน ควรแยกสินค้ารอการตรวจสอบรหัสสินค้า เลขล็อต สภาพ และวันหมดอายุ ก่อนอนุมัติกลับเข้ายอดพร้อมจ่าย บันทึกวันที่รับคืนแยกจากวันรับเข้าเดิมและรักษาประวัติล็อตไว้ หากต้องสร้างเลขอ้างอิงรับคืนให้เชื่อมโยงกับล็อตเดิม หากยืนยันล็อตหรือสภาพสินค้าไม่ได้ ให้คงสถานะรอตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของคลัง
ปรึกษาการจัดการล็อตสินค้า
แจ้งประเภทสินค้า จำนวน SKU และล็อต ปริมาณคำสั่งซื้อ เงื่อนไขวันหมดอายุ และปัญหาการหยิบที่พบ เพื่อให้ทีม SA Logistics ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการพูดคุยเรื่องระบบ WMS ที่เหมาะกับการทำงานของคลัง