โซนจัดเก็บสินค้าหลักแนวสูง (High-Bay Storage Zone)
ใช้จัดเก็บสินค้าบนพาเลทในแนวสูงจนเต็มพิกัดของอาคาร เพื่อใช้พื้นที่แนวสูงได้คุ้มค่า ขณะที่รถโฟล์คลิฟท์ยังเลือกตักพาเลทที่ต้องการได้ทันที
การวางผังระบบจัดเก็บคลังสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีความท้าทายสำคัญ คือ การบริหารพื้นที่แนวสูงเพื่อจัดเก็บสินค้าบนพาเลท (Pallet) ปริมาณมากให้คุ้มค่า โดยยังต้องเข้าถึงสินค้าแต่ละพาเลทได้อย่างอิสระ ระบบชั้นวาง Selective Rack ของ SA Logistics จึงไม่ใช่เพียงชั้นเหล็กสำเร็จรูป แต่เป็นโซลูชันที่ออกแบบ Layout และคำนวณโครงสร้างตามหลักวิศวกรรม เพื่อให้รถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) เข้าถึงสินค้าได้รวดเร็ว ปลอดภัย และพร้อมเชื่อมต่อกับระบบบริหารคลังสินค้าอัจฉริยะในภาพรวม

การนำชั้นวางแบบ Selective Rack มาใช้ในคลังสินค้าอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงการตั้งชั้นวางพาเลททั่วไป แต่เป็นการออกแบบพื้นที่เพื่อเข้าถึงสินค้าได้โดยตรง โดยมักจัดสรรเป็น 3 โซนสำคัญของคลังสินค้าขนาดใหญ่
โซนจัดเก็บสินค้าหลักแนวสูง (High-Bay Storage Zone)
ใช้จัดเก็บสินค้าบนพาเลทในแนวสูงจนเต็มพิกัดของอาคาร เพื่อใช้พื้นที่แนวสูงได้คุ้มค่า ขณะที่รถโฟล์คลิฟท์ยังเลือกตักพาเลทที่ต้องการได้ทันที
โซนสินค้าเข้า-ออกเร็ว (Fast-Moving Pallet Zone)
ออกแบบ Layout และระยะห่างระหว่างแถวให้เหมาะกับประเภทและวงเลี้ยวของรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการตักจ่ายและลดเวลาการทำงาน
โซนพักสินค้าก่อนกระจาย (Buffer & Dispatch Zone)
พื้นที่พักพาเลทที่เตรียมบรรจุขึ้นรถขนส่งหรือเพิ่งรับเข้าโรงงาน ช่วยให้กระบวนการรับ-ส่งสินค้าลื่นไหลและลดจุดคอขวด
การติดตั้งชั้นวาง Selective Rack ในคลังสินค้าอุตสาหกรรมยุคใหม่ควรทำงานควบคู่กับระบบ WMS (Warehouse Management System) เพื่อระบุและตรวจสอบตำแหน่งพาเลทอย่างแม่นยำ ช่วยให้พนักงานขับรถโฟล์คลิฟท์เข้าถึงสินค้าได้ทันทีโดยไม่เสียเวลาค้นหา การวาง Layout และโครงสร้างของ SA Logistics ยังสามารถเผื่อระยะและพิกัดสำหรับเชื่อมต่อกับคลังสินค้าอัตโนมัติ เช่น รถ AGV หรือการยกระดับสู่ Smart Warehouse ในอนาคต
สำหรับโครงการคลังสินค้าและโรงงานอุตสาหกรรม โครงสร้างและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเป็นหัวใจสำคัญ ระบบชั้นวาง Selective Rack จึงต้องได้รับการออกแบบและคำนวณตามหลักวิศวกรรมอย่างละเอียด
โครงสร้างเหล็กกล้ากำลังสูง (High-Strength Steel)
ผลิตจากเหล็กเกรดอุตสาหกรรมและเคลือบสีฝุ่นระบบ Powder Coating เพื่อทนต่อการขีดข่วนและการกัดกร่อน พร้อมรองรับแรงกดทับตามค่าที่คำนวณไว้
ระบบล็อกนิรภัยและอุปกรณ์ป้องกัน (Safety Accessories)
ติดตั้งสลักล็อกคานนิรภัย พร้อมอุปกรณ์ปกป้องโครงสร้าง เช่น ตัวกันชนเสาและคานเชื่อมระหว่างแถว เพื่อเพิ่มความเสถียรและลดความเสียหายจากการกระแทก
การคำนวณฐานรากและการยึดพุก (Anchoring System)
ยึดเสาเข้ากับพื้นคลังสินค้าด้วยระบบพุกตามแบบวิศวกรรม เพื่อป้องกันการล้มเอียงหรือการทรุดตัวของโครงสร้างจากการใช้งานและการเฉี่ยวชน
| ข้อมูลสเปค | รายละเอียดมาตรฐานสำหรับงานโครงการ |
|---|---|
| การรับน้ำหนักสูงสุด | 1,000–3,000 กิโลกรัมต่อระดับชั้น โดยคำนวณตามน้ำหนักพาเลทจริงของโครงการ |
| ความสูงของชั้นวาง | 2–12 เมตร ออกแบบและปรับได้ตามความสูงของอาคารจริง |
| ความกว้างต่อช่องวาง | 2.3–3.9 เมตร สำหรับวางประมาณ 2–3 พาเลทต่อช่อง |
| ความลึกของโครงชั้นวาง | 800–1,100 มิลลิเมตร ออกแบบให้เหมาะกับขนาดพาเลทของโครงการ |
| การปรับระดับความสูง | ปรับขึ้น-ลงได้ทุก 5 หรือ 7.5 เซนติเมตร ตามรูปแบบโครงสร้างและความสูงสินค้า |
| รูปแบบการเข้าถึงสินค้า | เข้าถึงพาเลทได้โดยตรง สามารถเลือกตักพาเลทที่ต้องการได้ทันที |
| การหมุนเวียนสินค้า | รองรับทั้งเข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO) และเข้าทีหลัง-ออกก่อน (LIFO) |
| การเคลือบผิวเหล็ก | Powder Coating หรือชุบกัลวาไนซ์สำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น คลังสินค้าห้องเย็น |
| รถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้งานร่วมกัน | รองรับ Counterbalance, Reach Truck หรือ VNA โดยต้องออกแบบทางเดินตามวงเลี้ยวจริง |
SA Logistics ดูแลโครงการชั้นวางอุตสาหกรรมแบบครบวงจร โดยประเมินจากพื้นที่ ปริมาณพาเลท และเงื่อนไขการใช้งานจริง ไม่ได้จำหน่ายชิ้นส่วนแยกทั่วไป กระบวนการหลักประกอบด้วย 4 ขั้นตอน
ตรวจสอบความสูง ความราบเรียบ และข้อมูลการรับน้ำหนักของพื้น เพื่อนำไปคำนวณโครงสร้างอย่างเหมาะสม
วางผังชั้นวางและระยะทางเดินให้สอดคล้องกับขนาดพาเลท ประเภทสินค้า และวงเลี้ยวของรถโฟล์คลิฟท์
ผลิตเสาและคานตามแบบวิศวกรรม พร้อมควบคุมวัสดุ งานเชื่อม และการเคลือบผิวก่อนติดตั้ง
ประกอบและยึดโครงสร้างตาม Layout ตรวจสอบแนวดิ่ง จุดยึด และความพร้อมใช้งานก่อนส่งมอบโครงการ
Selective Rack เหมาะกับโครงการที่ต้องการความยืดหยุ่นและเข้าถึงพาเลทโดยตรง จึงรองรับการใช้งานในอุตสาหกรรมหลายรูปแบบ
โลจิสติกส์และคลังสินค้าให้เช่า (Logistics & 3PL)
เหมาะกับคลังที่จัดเก็บสินค้าหลากหลายจากหลายผู้ฝากสินค้า และมีการรับ-จ่ายตลอดเวลา
อาหาร เครื่องดื่ม และคลังสินค้าห้องเย็น
ช่วยบริหารสินค้าตามล็อตหรือวันหมดอายุ และสามารถเลือกวัสดุหรือผิวเคลือบให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมควบคุมอุณหภูมิ
โรงงานผลิตและคลังวัตถุดิบยานยนต์
รองรับวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่ต้องสำรองเพื่อป้อนสายการผลิต และช่วยให้ฝ่ายคลังเข้าถึงแต่ละพาเลทได้รวดเร็ว
SA Logistics ดูแลทุกโครงการ Selective Rack ตามขอบเขตการรับประกันโครงสร้างและค่าการรับน้ำหนักที่ระบุในเอกสารโครงการ พร้อมบริการหลังการขายโดยทีมวิศวกร เพื่อช่วยตรวจสอบความแข็งแรง ความเสถียร และความเสียหายจากการใช้งานหรือการเฉี่ยวชนของเครื่องจักร การตรวจสภาพตามแผนและการบันทึกผลอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ดูแลคลังสินค้าวางแผนซ่อมบำรุงได้เหมาะสม และรักษาความปลอดภัยของระบบชั้นวางในระยะยาว
สามารถปรับได้ โครงเสามีรูสำหรับเกี่ยวคานตามระยะที่กำหนด จึงย้ายระดับคานขึ้นหรือลงให้เหมาะกับความสูงของพาเลทสินค้าได้ โดยต้องตรวจสอบการรับน้ำหนักและติดตั้งสลักนิรภัยให้ครบทุกจุด
ติดตั้งได้เมื่อผ่านการสำรวจและประเมินพื้น ทีมวิศวกรจะวัดระดับ ตรวจสอบฐาน และกำหนดวิธีปรับระดับใต้ฐานเสาก่อนยึดพุก เพื่อให้โครงสร้างตั้งฉากและถ่ายน้ำหนักได้ตามแบบ
SA Logistics รับงานในรูปแบบโครงการอุตสาหกรรมแบบครบวงจร โดยประเมินจากขนาดพื้นที่ ปริมาณพาเลท ขอบเขตงาน และมูลค่าโครงการ ผู้สนใจสามารถส่งแบบแปลนหรือ TOR เพื่อให้ทีมวิศวกรประเมินเบื้องต้นได้
ติดตั้งได้ โดยต้องเลือกวัสดุและระบบเคลือบผิว เช่น การชุบกัลวาไนซ์หรือสีฝุ่นที่เหมาะกับอุณหภูมิและความชื้นของหน้างาน เพื่อช่วยลดการกัดกร่อนและยืดอายุโครงสร้าง
ควรเตรียมขนาดพื้นที่และแบบแปลนอาคาร ขนาดและน้ำหนักสูงสุดของพาเลท จำนวนตำแหน่งจัดเก็บ ความสูงสินค้า รวมถึงประเภทและวงเลี้ยวของรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อให้ทีมวิศวกรออกแบบระบบได้เหมาะกับพื้นที่จริง
ส่งข้อมูลพื้นที่ จำนวนและน้ำหนักพาเลท ประเภทรถโฟล์คลิฟท์ และขอบเขตโครงการ เพื่อให้ทีม SA Logistics ประเมินระบบ Selective Rack เบื้องต้น
ข้อมูลสำหรับประเมินโครงการเบื้องต้น