ระบบสำหรับพาเลท
Unit Load AS/RS ใช้จัดเก็บสินค้าเป็นพาเลทหรือหน่วยบรรทุกขนาดใหญ่ ต้องระบุขนาด น้ำหนัก จุดศูนย์ถ่วง และสภาพพาเลทให้ชัดเจน เพราะสินค้าที่ยื่นออกนอกพาเลทหรือฐานเสียหายอาจไม่ผ่านจุดตรวจรับเข้า
เมื่อคลังสินค้าต้องรองรับสต็อกจำนวนมาก การเพิ่มชั้นวางเพียงอย่างเดียวอาจยังแก้ปัญหาการจัดเก็บและเบิกจ่ายไม่ทันไม่ได้ AS/RS เป็นระบบที่ใช้เครื่องจักรนำสินค้าเข้าตำแหน่งจัดเก็บและเรียกออกตามคำสั่ง ช่วยให้การใช้พื้นที่แนวสูงเชื่อมกับกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ บทความนี้อธิบายว่า ASRS Warehouse ทำงานอย่างไร เหมาะกับสินค้าแบบไหน และควรประเมินอะไรบ้างก่อนลงทุน
AS/RS ย่อมาจาก Automated Storage and Retrieval System หมายถึงระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้าอัตโนมัติ โดยทั่วไปประกอบด้วยชั้นวาง เครื่องจักรขนย้าย จุดรับส่งสินค้า และระบบควบคุม การออกแบบต้องพิจารณาทั้งจำนวนตำแหน่งจัดเก็บและจำนวนเที่ยวรับจ่ายที่ต้องทำได้ในช่วงงานสูงสุด
Unit Load AS/RS ใช้จัดเก็บสินค้าเป็นพาเลทหรือหน่วยบรรทุกขนาดใหญ่ ต้องระบุขนาด น้ำหนัก จุดศูนย์ถ่วง และสภาพพาเลทให้ชัดเจน เพราะสินค้าที่ยื่นออกนอกพาเลทหรือฐานเสียหายอาจไม่ผ่านจุดตรวจรับเข้า
Mini Load AS/RS เหมาะกับหน่วยบรรทุกขนาดเล็ก เช่น กล่องหรือถาดเก็บชิ้นส่วน ส่วนระบบ Shuttle มีรูปแบบการเคลื่อนย้ายอีกหลายแบบ จึงต้องเลือกตามหน่วยสินค้าและปริมาณงาน ไม่ใช้ชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวตัดสิน
ระบบ WMS จัดการข้อมูลสต็อกและงานคลัง ขณะที่ WCS หรือชุดควบคุมที่ออกแบบไว้ประสานคำสั่งกับเครื่องจักร ขอบเขตหน้าที่อาจต่างกันในแต่ละโครงการ จึงต้องตกลงจุดส่งข้อมูลและการยืนยันสถานะให้ครบ
AS/RS เป็นส่วนหนึ่งของ ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ประโยชน์ที่ได้ขึ้นอยู่กับข้อมูลสินค้า ผังอาคาร และวิธีดำเนินงานเดิม ควรเปรียบเทียบกับการปรับผัง ชั้นวาง และกระบวนการทำงานด้วย
จำนวนพาเลทที่เก็บได้ไม่ได้บอกว่าจะจ่ายสินค้าได้ทันทุกช่วงเวลา ต้องดูคำสั่งรับเข้าและเบิกออกพร้อมกัน ระยะเดินทางของเครื่องจักร จุดพักสินค้า และคอขวดที่สายพานหรือสถานีปลายทาง
ตรวจความสูงใช้งาน แนวเสา ความเรียบและการรับน้ำหนักของพื้น ช่องทางซ่อมบำรุง รวมถึงพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ประกอบ ให้ผู้ออกแบบประสานข้อกำหนดของเครื่องจักรกับโครงสร้างอาคารตั้งแต่ต้น
ควรกำหนดการกู้คืนงานค้าง การสำรองข้อมูล อะไหล่ที่จำเป็น และช่องทางช่วยเหลือเมื่อเครื่องจักรขัดข้อง การคำนวณความคุ้มค่าต้องรวมค่าบำรุงรักษา พลังงาน ซอฟต์แวร์ และผลกระทบจากเวลาหยุดด้วย
เริ่มจากข้อมูลการทำงานจริง แล้วจึงเลือกขนาดระบบและเกณฑ์ทดสอบที่ตรวจรับได้
เตรียมรายการ SKU ขนาดและน้ำหนักหน่วยบรรทุก สต็อกเฉลี่ยและสูงสุด จำนวนรายการรับจ่ายรายชั่วโมง และแผนการเติบโต แยกช่วงงานสูงสุดออกจากค่าเฉลี่ยรายวัน
วางตำแหน่งเครื่องจักร จุดรับส่ง และเส้นทาง Conveyor Belt ระบุการเชื่อมข้อมูลกับ WMS พร้อมทบทวนกรณีสินค้าผิดขนาด งานด่วน และงานที่ต้องย้อนกลับ
ตกลงชุดสินค้าทดสอบ ปริมาณงานต่อชั่วโมง เงื่อนไขการหยุดและเริ่มระบบใหม่ การฝึกผู้ใช้งาน และเอกสารบำรุงรักษา โดยวัดผลภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงการใช้งานจริง
AS/RS เป็นระบบเครื่องจักรสำหรับจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้า ส่วน WMS เป็นซอฟต์แวร์บริหารข้อมูลและกระบวนการคลังสินค้า ทั้งสองระบบสามารถเชื่อมต่อกันได้ แต่ไม่ได้ทำหน้าที่แทนกันทั้งหมด
มีโอกาสทำได้ แต่ต้องตรวจโครงสร้าง พื้น ความสูงใช้งาน ตำแหน่งเสา และทางเข้าออกก่อน บางโครงการอาจต้องปรับอาคารหรือเลือกเทคโนโลยีขนาดเล็กลงให้เหมาะกับข้อจำกัดเดิม
ต้องเลือกให้ตรงกับขนาด น้ำหนัก บรรจุภัณฑ์ และสภาพแวดล้อม สินค้าอุณหภูมิพิเศษหรือสินค้าที่มีข้อกำหนดเฉพาะต้องประเมินวัสดุ อุปกรณ์ และกระบวนการแยกจากระบบทั่วไป
ไม่มีระยะคืนทุนเดียวที่ใช้ได้กับทุกคลัง ต้องเปรียบเทียบเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายตลอดอายุระบบกับผลประโยชน์ที่วัดได้จริง เช่น ต้นทุนการขนย้าย พื้นที่ที่ประหยัด และกำลังรองรับงานที่เพิ่มขึ้น
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งติดตั้งและจุดเชื่อมต่อ อาจแบ่งพื้นที่หรือแบ่งระยะดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบ แต่บางช่วงจำเป็นต้องหยุดระบบเพื่อเชื่อมต่อและทดสอบ จึงควรวางแผนล่วงหน้า
ส่งข้อมูลสินค้า ขนาดพาเลท ปริมาณรับจ่าย และพื้นที่ เพื่อให้ทีม SA Logistics ช่วยประเมินแนวทางวางระบบ AS/RS
ข้อมูลสำหรับประเมินโครงการเบื้องต้น